หน้าหลัก
เกี่ยวกับ R2R
ถาม-ตอบ R2R
ผลงาน R2R
E-journal
Best Practice
ติดต่อ R2R
หัวข้อเรื่อง :: แลกเปลี่ยนเรียนรุ้ R2R เรื่อง ภาวะสุขภาพและการเข้าถึงระบบสุขภาพของแรงงานข้ามชาติในภาคการผลิตเกษตรกรรม กรณีศึกษาตำบลแห่งหนึ่งในภาคอีสาน
ภาวะสุขภาพและการเข้าถึงระบบสุขภาพของแรงงานข้ามชาติในภาคการผลิตเกษตรกรรม กรณีศึกษาตำบลแห่งหนึ่งในภาคอีสาน
นักวิจัย: อดิเรก เร่งมานะวงษ์*, ดุษฎี อายุวัฒน์ **
* นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ สถานีอนามัยโอโล อ.ภูเขียว จ. ชัยภูมิ,
** คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ที่มา: วิกฤตการณ์ทางการเงินในประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 2551 ได้ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ให้หลายประเทศต้องลดการบริโภคและการนำเข้าลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคอุตสาหกรรมเพื่อเป็นการลดต้นทุนเพื่อความอยู่รอดของผู้ผลิต ซึ่งแรงงานส่วนหนึ่งอาจมีการเคลื่อนย้ายกลับเข้าสู่ภาคเกษตร หากแนวโน้มของสถานการณ์การว่างงานยังคงเป็นอยู่เช่นนี้ คาดว่าจะมีแรงงานกลับคืนสู่ภาคเกษตรมากขึ้นและทำให้จำนวนผู้เคลื่อนย้ายแรงงานกลับคืนถิ่นมีจำนวนมากขึ้น ซึ่งไม่เฉพาะแรงงานไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นการเปิดโอกาสให้แรงงานข้ามชาติจากประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดกับประเทศไทย โดยเฉพาะลาวที่มีความใกล้ชิดทั้งด้านภาษา วัฒนธรรม และประเพณี การเดินทางเข้ามาทำงานได้ง่าย และทำงานในประเทศไทยมากขึ้น ทั้งนี้แรงงานลาวที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย มีทั้งแรงงานที่ถูกกฎหมาย และแรงงานลักลอบที่ผิดกฎหมาย ซึ่งทำให้เกิดผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองของประเทศ รวมทั้งผลกระทบทางด้านสาธารณสุข
วัตถุประสงค์: เพื่อทำความเข้าใจภาวะสุขภาพของแรงงานข้ามชาติชาวลาวในภาคการผลิตเกษตรกรรม และการดูแลสุขภาพตนเองของแรงงานข้ามชาติชาวลาวในภาคการผลิตเกษตรกรรม
ระเบียบวิธีวิจัย: เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้การสัมภาษณ์เชิงลึกแรงงานลาวในภาคการผลิตเกษตรกรรม จำนวน 11 ราย และการสนทนากลุ่มกับผู้ที่เกี่ยวข้องจำนวน 7 คน ตลอดจนใช้การสังเกตแบบมีส่วนร่วม เก็บรวบรวมข้อมูลระหว่างเดือน พฤษภาคม 2551 - เมษายน 2552 ใช้การพรรณนาวิเคราะห์ (Analytic Descriptive)ในการวิเคราะห์ข้อมูล
ผลการศึกษา: บริบทของกลุ่มเป้าหมาย พบว่ามีอายุระหว่าง 20-49 ปี สภาพการทำงานปัจจุบัน บางส่วนเข้ามาทำงานในภาคการก่อสร้าง ก่อนมารับจ้างตัดอ้อยและขึ้นอ้อย ในฤดูการทำนาทำงานรับจ้างดำนาและเกี่ยวข้าวด้วย แรงงานลาวกลุ่มนี้จำแนกได้ 2 กลุ่ม กลุ่มแรกเข้ามาอยู่เมืองไทยเพียงระยะ 2-6 เดือน ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งระหว่าง 2–20 ปี ทั้งสองกลุ่มเข้ามาเพราะต้องการมาทำงาน แล้วสมรสกับคนไทยและย้ายมาอยู่กับครอบครัว อย่างไรก็ตามทั้งสองกลุ่มข้ามแดนเข้าประเทศไทยผ่านทางด่านภาคอีสาน ด้วยการทำบัตรผ่านแดนสำหรับนักท่องเที่ยว แต่ไม่ได้กลับไปต่ออายุบัตร ภาวะสุขภาพของแรงงาน พบว่า เมื่อเจ็บป่วยเล็กน้อยเป็นไข้ ไอ ใช้การซื้อยาแผนปัจจุบัน และซื้อยาชุดกิน ร่วมกับการพักผ่อนโดยการหยุดงาน การเข้าถึงระบบสุขภาพ พบว่า เมื่ออาการเจ็บป่วยไม่หายจึงไปรับบริการที่สถานีอนามัย ทั้งที่ไม่มีบัตรประกันสุขภาพใดๆ แต่ก็มิได้เสียค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ แรงงานลาวที่ใช้บริการตรวจการตั้งครรภ์และคลอดจากโรงพยาบาลชุมชนในพื้นที่โดยเสียค่าใช้จ่าย 600 บาท และ 2,800 บาท ตามลำดับ และบางส่วนเป็นผู้ป่วยเบาหวานที่ต้องรับยา แต่ก็มิได้ปฏิบัติตนเหมาะสมเพราะมีวิถีชีวิตที่ต้องไปทำงานรับจ้างต่างถิ่นด้วย ทำให้ไม่ได้กินยาต่อเนื่อง ทั้งนี้พบว่าความเชื่อในการเกิดโรค และการรักษาโรค ค่าใช้จ่ายในการรักษา (ทั้งทางตรงและทางอ้อม) และการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร เป็นสาเหตุการเข้าถึงบริการทางสุขภาพ
การนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในงานประจำ คำถามต่อสังคมกับประเด็นการวิจัยครั้งนี้นี้ ที่ดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กๆ ในพื้นที่ แต่ล้วนมีส่วนเกี่ยวข้องและเกี่ยวเนื่องกับผลกระทบต่อระบบสุขภาพ ซึ่งรัฐบาล ชุมชน และหน่วยงานสุขภาพปฐมภูมิ ควรหาเก็บรวบรวมข้อมูลแรงงานลาวข้ามชาติในภาคเกษตรกรรม และหาแนวทางการเข้าถึงบริการทั้งเชิงรับและเชิงรุกด้านสุขภาพแรงงานข้ามชาติที่เป็นจริงต่อไป
บทเรียนที่ได้รับ
1. นับเป็นโชคดีที่ได้ทำงานในหน่วยงานการบริการสุขภาพปฐมภูมิ หรือสถานีอนามัย ได้พบเห็นความเคลื่อนไหว และเข้าใจกลุ่มคนในพื้นที่ที่มีความหลากหลายและความคิดที่สะท้อนกลับคืนกับปรากฏการณ์มานุษยวิทยาไร้พรมแดน ดังคำกล่าว “...คนลาว อยากได้ ผัวคนไทย เหมือนคนไทย อยากได้ผัวฝรั่ง อยากได้อะไรก็ได้สุขสบาย มีมือถือ มีโทละภาพ (ทีวี) สะดวกสบาย ...”
2. เข้าใจสัจธรรมของความเสมอภาคในระบบสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นคนไทย หรือในสภาพการณ์ที่มองแรงงานต่างด้าว ว่าเป็นตัวปัญหาในสังคมไทย แรงงานข้ามชาติที่ประสบปัญหาด้านสุขภาพ แรงงานต่างด้าวไม่สมควรจะได้รับการบริการเท่าเทียมกับคนไทย คนไทยต้องได้รับบริการก่อน แรงงานต่างด้าวใช้เงินของคนไทย ในการรักษาพยาบาลเป็นจำนวนมากในแต่ละปี สภาพการณ์ดังกล่าว ได้สะท้อนชัดเจนว่า การจะได้รับความเสมอภาค เท่าเทียมการให้บริการสุขภาพของรัฐ ต้องใช้เวลาอีกยาวนาน
ปัจจัยแห่งความสำเร็จ: กลุ่มเป้าหมายหรือแรงงานลาวทุกท่าน ที่ให้เสียสละเวลาในการเก็บรวบรวมข้อมูล และคำพูดที่ทุกข์ทรมานแต่เปี่ยมด้วยความงดงาม “... อยากเป็นคนไทย เต็มตัว ผัวก็เป็นคนไทย ลูกก็เป็นคนไทยแล้ว บ่คิดว่า ต้องมีนายจ้าง ไปขึ้นทะเบียน อยู่ไปเรื่อยๆ บ่มีเงินเคล็ดดอก ย่านตำรวจจับอยู่ .... ”
การสนับสนุนที่ได้รับจากผู้บริหารหน่วยงาน/องค์กร: ผู้บริหารและทีมงานสถานีอนามัยที่ให้โอกาสและกำลังใจ ผู้ใหญ่บ้าน และ อสม. ที่เป็นเพื่อนนำทางเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย จนสำเร็จลุล่วงด้วยดี
ท่านผู้อ่านท่านใดมีความคิดเห็นต่อผลงานR2Rนี้ว่าควรต่อยอดประการใดโปรดเสนอแนะความคิดเห็นได้นะคะ และหากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อนักวิจัยที่ adirek_reng@hotmail.com
แจ้งลบ
เหตุผล :
โดย :
โดย :
ศุมาลิน
วันที่่ :
7 พฤษภาคม 2553 , 09:16
IP :
58.137.194.xxx
แสดงความเห็น
ชื่อ :
*
อีเมล์ :
รายละเอียด :
*
รูปภาพแสดงอารมณ์ :
รูปภาพ :
กรุณาใช้ภาพที่มีขนาดความกว้างไม่เกิน 400 พิกเซล
ไฟล์แนบ :
กรอกอักษรพิเศษ :
* กรอกอักษรตามภาพที่เห็น
สมาชิก
Weblink
ดูทั้งหมด >>