R2R เสริมพลัง สร้างสรรค์และพัฒนา home split-top contact us split-top site-map
Best R2R Practice


  5 ฐานการเรียนรู้ สู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 3 อ. ในกลุ่มผู้บริหาร สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี


โดย นส.ไพรัช  บุญจรัส  นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ , นางศิริวิทย์ หลิ่มโตประเสริฐ, นางธิดารัตน์ บุญทรง, นายอนุสรณ์ บุญทรง

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี

 ที่มาและวัตถุประสงค์       ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ที่มีรูปร่างท้วมจนถึงระดับอ้วนถึง 10 ล้านคน  ส่งผลให้เกิดการสูญเสียค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาโรคอ้วนและโรคต่าง ๆ ที่สัมพันธ์กับโรคอ้วนอย่างมหาศาลในอนาคตทั้งที่โรคเหล่านี้สามารถป้องกันได้ โดยพบว่าภาวะอ้วนมีความสัมพันธ์กับโรคหัวใจหลอดเลือด เช่น ความดันโลหิตสูง  หลอดเลือดหัวใจตีบตัน ไขมันผิดปกติ  อัมพฤกษ์  อัมพาต  เบาหวาน  สัมพันธ์กับมะเร็ง เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่  มะเร็งไต มะเร็งเต้านม  มะเร็งกล้ามเนื้อมดลูก โดยสถิติในประเทศไทย พบว่าอัตราตายต่อประชากรแสนคนจากโรคมะเร็งเต้านมมีแนวโน้มสูงขึ้นจาก 1.7 ในปี พ.ศ.2541 เป็น 4.7 ในปี พ.ศ.2545  จังหวัดอุบลราชธานีมีอัตราตายต่อประชากรแสนคนจากโรคเบาหวานเพิ่มจาก 13.05 ในปี พ.ศ.2545 เป็น 14.20 ในปี พ.ศ.2548  ส่วนอัตราตายจากโรคหัวใจเพิ่มจาก 14.06 เป็น 19.55 และอัตราตายจากโรคความดันโลหิตสูงเพิ่มจาก 12.27 เป็น 17.97 ภาวะน้ำหนักเกินเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงการดำเนินชีวิตจากวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมจากการรับประทานอาหารพื้นบ้านมาเป็นอาหารสำเร็จรูปตามวิถีชีวิตแบบคนเมือง มีเทคโนโลยีผ่อนแรงมากขึ้นทำให้มีการออกแรงน้อยลงและพฤติกรรมการบริโภคอาหารหวาน มัน และเค็มเพิ่มมากขึ้น  แต่บริโภคผักและผลไม้ปริมาณน้อยลง  สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานีได้เล็งเห็นความสำคัญในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงดังกล่าว จำเป็นอย่างยิ่งที่กลุ่มผู้บริหารโดยเฉพาะหน่วยงานสาธารณสุข ควรเป็นตัวอย่างแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา หากมีความตระหนัก  มีการรับรู้  และมีพฤติกรรม 3 อ. (อาหาร  การออกกำลังกายและอารมณ์)ได้อย่างถูกต้อง  จะสามารถขับเคลื่อนองค์กรให้เป็นองค์กรต้นแบบด้านสุขภาพ ตลอดจนสามารถขยายผลไปสู่บุคลากรในองค์กร และประชาชนต่อไป

ระเบียบวิธีวิจัย  เป็นการวิจัยพัฒนา (R&D) เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 3 อ. นำร่องในกลุ่มผู้บริหาร ได้แก่ หัวหน้าฝ่ายในสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด  ผู้อำนวยการโรงพยาบาล สาธารณสุขอำเภอ  จำนวน 70 คน เก็บข้อมูลได้ 50 คน ในระหว่างวันที่ 21 พฤศจิกายน 2551 ถึงวันที่ 7 เมษายน 2552  โปรแกรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ประกอบด้วย 6 กิจกรรม ดังนี้

1) ตรวจประเมินสุขภาพ ครั้งที่ 1 (น้ำหนัก ส่วนสูง รอบเอว ความดันโลหิต เปอร์เซ็นต์ไขมัน แรงบีบมือ แรงเหยีอดขา สมรรถภาพหัวใจ และความจุปอด)

2) อบรมครั้งที่ 1 ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยใช้หลักสูตรของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทย (เน้น 5 ฐานเรียนรู้ ได้แก่ ฐานที่ 1 กินพอดี ชีวีสดใส  ฐานที่ 2 เดินเร็วไว ห่างไกลโรคา  ฐานที่ 3 หายใจช้า  พาจิตผ่อนคลาย  ฐานที่ 4  เร่งสลายไขมัน  รอบพุง  และฐานที่ 5  มุ่งปรับปรุง พฤติกรรมสุขภาพ”)    และกำหนดนโยบายองค์กรร่วมกัน

3) อบรมครั้งที่ 2 (เน้นการประเมินอาหาร  การบันทึกปริมาณอาหารประจำวัน การจัดเมนูอาหารสุขภาพ การจัดเมนูลดน้ำหนัก และฝึกปฏิบัติจัดเมนูสุขภาพ

4) ติดตามผลเป็นระยะในการประชุมประจำเดือนในกลุ่มผู้บริหาร

5) ตรวจประเมินสุขภาพครั้งที่ 2

6) ติดตามผลเป็นระยะในการประชุมประจำเดือนในกลุ่มผู้บริหาร

สถิติที่ใช้ได้แก่ จำนวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ pair t-test

ผลการศึกษา  ดัชนีมวลกายก่อนและหลังการทดลอง พบว่า ผอม(ต่ำกว่า 18.49) จำนวน 2 คน ปกติ (18.50-22.99) จำนวน 11 คนไม่เปลี่ยนแปลง  อ้วนระดับที่ 1(23.00-24.99) จำนวน 13 คน ลดลงเป็นระดับเหมาะสม จำนวน  5 คน คิดเป็นร้อยละ 38.46   อ้วนระดับที่ 2 (25.00-29.99) จำนวน 16 คนไม่เปลี่ยนแปลง อ้วนระดับที่ 3 (30.00 ขึ่นไป) จำนวน 8 คน ลดลงเป็นอ้วนระดับที่ 2 จำนวน 5 คน คิดเป็นร้อยละ 62.50 และจากการศึกษาในกลุ่มที่มีดัชนีมวลกายอ้วนระดับที่ 1 ขึ้นไป จำนวน 37 คน พบว่า น้ำหนักเฉลี่ยก่อนและหลังการทดลอง เท่ากับ 73.01 กิโลกรัม และ 71.39 กิโลกรัม ลดลงเฉลี่ย 1.62 กิโลกรัม (sd.=3.32) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t=2.973, p-value=0.005) เส้นรอบเอวก่อนและหลังการทดลอง พบว่า ปกติ (ชาย ไม่เกิน 36 นิ้ว หญิง ไม่เกิน 32 นิ้ว) จำนวน 31 คนไม่เปลี่ยนแปลง อ้วนลงพุง จำนวน 19 คน ลดลงเป็นระดับปกติ 8 คน คิดเป็นร้อยละ 42.11 ในกลุ่มที่อ้วนลงพุง 19 คน พบว่า เส้นรอบเอวก่อนและหลังการทดลอง เท่ากับ 38.64 นิ้ว และ 36.77 นิ้ว ลดลงเฉลี่ย 1.87 นิ้ว (sd.=1.67) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ(t=4.887, p-value<0.001)

การนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในงานประจำ  ผู้บริหารประกาศเป็นนโยบายองค์กร  โดยกำหนดเมนูอาหารว่าง และอาหารกลางวันให้มีการคำนวณแคลอรี่ให้เหมาะสม ภายใต้สโลแกน ประชุมได้ผล คนได้สุขภาพ  ส่งเสริมการออกกำลังกายในที่ทำงาน เช่น กิจกรรมเดินเร็วเวลา 16.00 น.ทุกวัน  ส่งเสริมความเข้มแข็งของชมรมจริยธรรมโดยจัดสถานที่ในการฝึกหายใจช้า และทำสมาธิ

บทเรียนที่ได้รับ ปัจจัยแห่งความสำเร็จ และการสนับสนุนที่ได้รับจากผู้บริหารหน่วยงาน/องค์กร

1) ผู้บริหารระดับจังหวัด เช่น ผู้ว่าราชการจังหวัด  นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด สนับสนุนนโยบายปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 3 อ.ในองค์กรทุกแห่งในจังหวัด               2) สร้างกระแสการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยการสนับสนุนไวนิลประชาสัมพันธ์ / เสียงตามสาย / การประกวดบุคคลต้นแบบ / องค์กรต้นแบบด้านสุขภาพ เพื่อเป็นแรงจูงใจแก่ผู้ปฏิบัติ             3) สนับสนุนงบประมาณในการจัดการเรียนรู้ให้กับบุคลากรสาธารณสุข จำนวน 2,000 คน โดยจัดอบรม 20 รุ่น ๆ ละ 100 คน เพื่อเป็นตัวอย่างให้กับองค์กรอื่น และประชาชน



วันที่ประกาศ: 19 มิถุนายน 2552 จำนวนคนอ่าน: 1812 คน   
  


ความคิดเห็นที่1  โดย :  อิทธิพล   Email : is_2009@hotmail.com

1.สรุปสั้นๆ ได้ความตรงกับวัตถุประสงค์ดี
2.อาจหารูปแบบความต้องการของกลุ่มตัวอย่างที่จะใช้ Empowerment ร่วมด้วย
3.ปัจจัยอื่นๆที่น่าจะพิจารณาด้วยในบริบท เช่น safe efficacy, motivation

วันที่ 4 สิงหาคม 2552   14:32   น.     IP : 125.24.138.xxx

 


ความคิดเห็นที่2  โดย :  ราชาวดี เดี่ยวตระกูล ( สสอ.เมืองอุตรดิตถ์)   Email : nurse_shim@hotmail.com

อยากทราบรายละเอียดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยใช้หลักสูตรของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทย (เน้น 5 ฐานเรียนรู้ )เพื่อจัดกิจกรรมในหน่วยงาน

วันที่ 9 สิงหาคม 2553   21:23   น.     IP : 118.172.168.xxx

 


แสดงความเห็น  

ชื่อ :   *
อีเมล์ :  

รายละเอียด :  
 *
รูปภาพแสดงอารมณ์ :  
รูปภาพ :  
  กรุณาใช้ภาพที่มีขนาดความกว้างไม่เกิน 400 พิกเซล
 
กรอกอักษรพิเศษ :  

 
* กรอกอักษรตามภาพที่เห็น

 

 


สมาชิก
 ลืมรหัสผ่าน
ลงทะเบียนนักวิจัย
ทะเบียนนักวิจัย R2R
ภาคี R2R
รวมความรู้ทำวิจัย R2R
แลกเปลี่ยนเรียนรู้

Link R2R ÊÀÒ¡ÒªÒµÔä·Â Ê ¤ Ê
   
ดูทั้งหมด >>
สวรส.