R2R เสริมพลัง สร้างสรรค์และพัฒนา home split-top contact us split-top site-map
Best R2R Practice


  การพัฒนาดัชนีชี้วัดความสุขของผู้ติดเชื้อเอชไอวีแบบมีส่วนร่วม


โดย น.ส. เทียนทอง  ต๊ะแก้ว  นักวิชาการสาธารณสุข ระดับชำนาญการ

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำพูน

ที่มา  ได้มีการพัฒนาดัชนีชี้วัดชุดใหม่ในรูปของดัชนีชี้วัดความอยู่ดีมีสุข โดยให้เหตุผลว่าการวัดผลผลิตมวลรวมของประเทศยังไม่เพียงพอต่อการวัดความอยู่ดีมีสุขของคนได้ เพราะยังไม่ได้รวมปัจจัยอีกหลายอย่างที่มีส่วนในการสร้างความอยู่ดีมีสุขของประชาชน เครื่องมือสำหรับประเมินสภาวะต่างๆ มักจะได้รับการพัฒนาขึ้นมาใช้เฉพาะกับโรคนั้นเท่านั้น แบบประเมินที่มีอยู่ทั่วไปนั้นไม่เหมาะสมที่จะนำมาใช้กับผู้ติดเชื้อเอชไอวี เนื่องจากโรคเอดส์มีความแตกต่างจากโรคเรื้อรังอื่นๆ ควรใช้คำถามที่เฉพาะสำหรับโรคเอดส์เท่านั้น ดัชนีชี้วัดความสุขของผู้ติดเชื้อเอชไอวีนี้จึงมีลักษณะเป็นองค์รวมที่วัดทั้งด้านวัตถุวิสัย (Objective) และด้านจิตวิสัย (Subjective)

วัตถุประสงค์  เพื่อสร้างดัชนีชี้วัดความสุขของผู้ติดเชื้อเอชไอวี เพื่อตรวจสอบคุณภาพของดัชนีชี้วัด และเพื่อสร้างเสริมแนวคิดเรื่องความสุข

ระเบียบวิธีวิจัย ด้วยรูปแบบการวิจัยและพัฒนา โดยใช้วิธีวิทยาแบบผสมผสาน(Mixed Methodology) ระหว่างการวิจัยเชิงคุณภาพ และเชิงปริมาณ เลือกพื้นที่ตัวอย่างแบบเจาะจง จากจังหวัดที่มีอัตราการป่วยและเสียชีวิตด้วยโรคเอดส์สูงที่สุดในประเทศไทย ซึ่งพิจารณาจากข้อมูลสถานการณ์ 5 ปีย้อนหลัง (2545-2549) จำนวน 4 จังหวัด ได้แก่จังหวัด พะเยา เชียงราย เชียงใหม่ และลำปาง ขั้นตอนการวิจัยประกอบด้วย 3 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1) การสร้างดัชนีชี้วัดความสุขของผู้ติดเชื้อเอชไอวี โดยการทบทวนแนวคิด/ทฤษฎี/งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การสนทนากลุ่มตัวแทนผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ที่เกี่ยวข้องในการดูแลผู้ติดเชื้อเอชไอวีจากองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การสัมภาษณ์เจาะลึกผู้เชี่ยวชาญ และการจัดเวทีสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อยกร่างดัชนีชี้วัดร่วมกัน ขั้นตอนที่ 2) การตรวจสอบคุณภาพดัชนีชี้วัดความสุขของผู้ติดเชื้อเอชไอวีโดย การตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้เชี่ยวชาญ การตรวจสอบความสอดคล้อง/ความเหมาะสม/ความเป็นไปได้ด้วยเทคนิคเดลฟายโดยผู้เชี่ยวชาญ การตรวจสอบค่าความเชื่อมั่น การตรวจสอบความตรงของโมเดล การกำหนดเกณฑ์มาตรฐานในการวัดด้วยวิธีการศึกษาค่าปกติโดยใช้กลุ่มคนเป็นมาตรฐาน และการสร้างและประเมินผลคู่มือการใช้ ขั้นตอนที่ 3) การสร้างเสริมแนวคิดเรื่องความสุข โดยการนำผลที่ได้จากการเก็บข้อมูลสภาวะความสุขของผู้ติดเชื้อเอชไอวี มาใช้เป็นฐานข้อมูลในการวางแผนจัดกิจกรรม เพื่อสร้างเสริมการเรียนรู้แนวคิดเรื่องความสุขให้แก่แกนนำผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ได้แก่กิจกรรม การละลายพฤติกรรม การจัดนิทรรศการวันสร้างสุขและสายสัมพันธ์ครอบครัว/เพื่อน/ชุมชน การจัดกิจกรรม knowledge management การสาธิตการออกกำลังกายที่เหมาะสม การจัดกิจกรรมคุณธรรมนำชีวิต การจัดตั้งกลุ่มออกกำลังกายของผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ระยะเวลาการดำเนินการตั้งแต่ เดือนกุมภาพันธ์ พ.. 2550 ถึง เดือนพฤษภาคม พ.. 2551วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพโดยใช้วิธี สังเคราะห์ (Synthesis) วิเคราะห์เชิงเนื้อหา (Content Analysis) วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ SPSS และ LISREL โดยใช้ค่า Mean, Median, Interquatile Range, Conbrach’s Alpha Coefficient, Confirmatory Factor Analysis, Percentiles  ผลผลการศึกษา ขั้นตอนที่ 1) การสร้างดัชนีชี้วัดความสุขของผู้ติดเชื้อเอชไอวี พบว่า ดัชนีชี้วัดประกอบด้วย 6 องค์ประกอบ 33 ตัวชี้วัด 80 ข้อคำถาม ได้แก่ (1) องค์ประกอบด้านร่างกายมี 4 ตัวชี้วัด คือ สภาวะที่ดีทางร่างกาย พละกำลังในการดำเนินชีวิตประจำวัน การตอบสนองที่ดีต่อการรักษา และการพึ่งสถานบริการสุขภาพน้อยลง (2) องค์ประกอบด้านจิตใจ ปัญญา และความเชื่อมี 12 ตัวชี้วัด คือ ความสามารถในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง ความสามารถในการจัดการความทุกข์ การควบคุมอารมณ์ ความพอใจในตนเอง ความพึงพอใจต่อภาพลักษณ์ การรับรู้ทางเพศ ความรู้สึกทางบวกที่มีต่อตนเอง ความรู้สึกทางบวกที่มีต่อคนอื่น การให้ความหมายของชีวิต ความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง การรู้จักวางแผนชีวิตชีวิต และความศรัทธาในศาสนาและความเชื่อ (3) องค์ประกอบด้านครอบครัวมี 3 ตัวชี้วัด คือ ความอบอุ่นในครอบครัว ครอบครัวพร้อมให้การช่วยเหลือ และการจัดการในครอบครัว (4) องค์ประกอบด้านสังคมมี 8 ตัวชี้วัด คือ การยอมรับจากชุมชน การไม่ถูกแบ่งแยกจากชุมชน การมีปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มผู้ติดเชื้อเอชไอวีด้วยกัน การมีสัมพันธภาพที่ดีกับคนอื่น การมีส่วนร่วมในชุมชน การทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม การได้รับการบริการทางการแพทย์ และการได้รับสวัสดิการสังคม (5) องค์ประกอบด้านเศรษฐกิจมี 3 ตัวชี้วัด คือ การมีกินมีใช้ ความไม่ขัดสนด้านการเงิน และการได้ทำงาน Z6) องค์ประกอบด้านสิ่งแวดล้อมมี 3 ตัวชี้วัด คือ สิ่งแวดล้อมที่ถูกสุขลักษณะ สิ่งแวดล้อมสะดวกสบายยามเจ็บป่วย และความปลอดภัยในสิ่งแวดล้อม ขั้นตอนที่ 2) การตรวจสอบคุณภาพของดัชนีชี้วัดความสุขของผู้ติดเชื้อเอชไอวี พบว่า มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.94 โมเดลของดัชนีชี้วัดความสุขของผู้ติดเชื้อเอชไอวีมีความสอดคล้องกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์ โดยมีค่าไค-สแควร์เท่ากับ 308.04 ที่องศาอิสระ 271 ระดับมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.060 ค่าดัชนีวัดความกลมกลืนที่ปรับแก้แล้วเท่ากับ 0.976 เกณฑ์มาตรฐานของคะแนนในการวัดความสุขของผู้ติดเชื้อเอชไอวีโดยภาพรวม แบ่งออกเป็น 3 ระดับ ระดับความสุขน้อยกว่าผู้ติดเชื้อเอชไอวีทั่วไป ใช้เกณฑ์คะแนนต่ำกว่า 107.8 ระดับความสุขเท่ากับผู้ติดเชื้อเอชไอวีทั่วไป ใช้เกณฑ์คะแนนระหว่าง 107.8 ถึง 126.1 ระดับความสุขมากกว่าผู้ติดเชื้อเอชไอวีทั่วไป ใช้เกณฑ์คะแนนมากกว่า 126.1 ผลการประเมินคู่มือการใช้ดัชนี ชี้วัดความสุขของผู้ติดเชื้อเอชไอวีโดยผู้เชี่ยวชาญ มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก ขั้นตอนที่ 3) การสร้างเสริมแนวคิดเรื่องความสุข กลุ่มแกนนำผู้ติดเชื้อเอชไอวีมีความพึงพอใจต่อกิจกรรมของโครงการในระดับมาก สามารถปรับเปลี่ยนแนวคิดในการสร้างสุขได้ด้วยตนเอง สามารถนำแนวคิดไปขยายผลต่อในกลุ่มผู้ติดเชื้อเอชไอวีด้วยกันและในชุมชนได้ และมีส่วนร่วมตลอดโครงการ



วันที่ประกาศ: 19 มิถุนายน 2552 จำนวนคนอ่าน: 885 คน   
  


แสดงความเห็น  

ชื่อ :   *
อีเมล์ :  

รายละเอียด :  
 *
รูปภาพแสดงอารมณ์ :  
รูปภาพ :  
  กรุณาใช้ภาพที่มีขนาดความกว้างไม่เกิน 400 พิกเซล
 
กรอกอักษรพิเศษ :  

 
* กรอกอักษรตามภาพที่เห็น

 

 


สมาชิก
 ลืมรหัสผ่าน
ลงทะเบียนนักวิจัย
ทะเบียนนักวิจัย R2R
ภาคี R2R
รวมความรู้ทำวิจัย R2R
แลกเปลี่ยนเรียนรู้

Link R2R ÊÀÒ¡ÒªÒµÔä·Â Ê ¤ Ê
   
ดูทั้งหมด >>
สวรส.