โดย นางสาวสุดารัตน์ บุญเลิศ พยาบาลวิชาชีพ, นพ.สุวัจชัย พรรัตนรังสี, นพ.อนุวัฒน์ ดวงประทีป, นางพิชชุดา วิรัชพินทุ, นางสาววิริยา วารี
หอผู้ป่วยศูนย์โรคหัวใจฯ ชั้น 8 โรงพยาบาลศิริราช
ที่มาและวัตถุประสงค์ การขยายหลอดเลือดหัวใจ (Percutaneous Coronary Intervention) ปัญหาสำคัญที่พบได้บ่อยๆหลังทำหัตถการ คือ อาการปวดหลัง เนื่องจากภายหลังทำหัตถการผู้ป่วยจะถูกจำกัดการเคลื่อนไหว โดยต้องนอนราบห้ามงอขาเป็นเวลา 10 ชั่วโมงขึ้นไป ทำให้ผู้ป่วยเกิดความรู้สึกไม่สุขสบายเป็นอย่างมาก ผู้ป่วยบางรายมีความวิตกกังวลมาก ไม่กล้าขยับตัว เพราะกลัวว่าขาจะงอและทำให้เกิดภาวะเลือดออกจากแผลที่ทำหัตถการ ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญและอันตรายมาก จากปัญหาดังกล่าวนี้ผู้ศึกษาจึงคิดประดิษฐ์อุปกรณ์ประคองต้นขา ‘Siriraj Leg Lock’ (SLL) ขึ้น เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยสามารถขยับตัวหรือพลิกตะแคงตัวได้สะดวกขึ้น โดยไม่มีผลกระทบต่อแผลที่ทำหัตถการ ผู้ป่วยจะรู้สึกสุขสบายขึ้นจากการไม่ต้องถูกจำกัดการเคลื่อนไหวส่งผลให้อาการปวดหลังลดลง การวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาวิจัยแบบทดลอง(Experimental Study) เพื่อศึกษาประสิทธิผลของอุปกรณ์ประคองต้นขาSLLที่มีต่ออาการปวดหลังในผู้ป่วยภายหลังทำการขยายหลอดเลือดหัวใจ ร่วมกับประเมินความพึงพอใจของผู้ป่วยต่อการใช้อุปกรณ์นี้ และเปรียบเทียบภาวะเลือดออกภายนอก(Bleeding) หรือมีก้อนเลือดเกิดขึ้นใต้ชั้นผิวหนัง(Hematoma)บริเวณตำแหน่งที่แทงเข็มทำหัตถการระหว่างผู้ป่วยที่ใช้อุปกรณ์ประคองต้นขาSLL(กลุ่มทดลอง)กับผู้ป่วยที่ไม่ได้ใช้อุปกรณ์ประคองต้นขาSLL(กลุ่มควบคุม) โดยใช้วิธีRandomized Controlled Trial (RCT)โดยกลุ่มควบคุมจะได้รับการดูแลตามปกติที่หอผู้ป่วยปฏิบัติ (Standard care group) ส่วนกลุ่มทดลองจะได้รับการใส่อุปกรณ์ประคองต้นขาSLL เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยสามารถพลิกตะแคงตัวได้เองทันทีภายหลังทำหัตถการเสร็จ(Intervention group)กลุ่มตัวอย่าง เป็นผู้ป่วยภายหลังได้รับการขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนและ/หรือขดลวดค้ำยัน(PCI) ที่มารับการรักษา ณ หอผู้ป่วยศูนย์โรคหัวใจฯ ชั้น 8 โรงพยาบาลศิริราช จำนวน 100 ราย (กลุ่มควบคุม 49 ราย และกลุ่มทดลอง 51ราย) ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2549 ถึง เดือนกุมภาพันธ์ 2550 ผลการวิจัยพบว่าระดับคะแนนความปวดหลังสูงที่สุดและค่าเฉลี่ยระดับคะแนนปวดหลังในกลุ่มทดลองน้อยกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ(P<0.001)หลังจากกลุ่มทดลองได้ใช้อุปกรณ์ประคองต้นขาSLLแล้วพบว่าระดับคะแนนความปวดหลังลดลง ในขณะที่กลุ่มควบคุมระดับคะแนนความปวดหลังเพิ่มจากเมื่อแรกรับ อุบัติการณ์เกิดHematomaในกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลองไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ(P = 0.114) กลุ่มทดลองที่ใส่อุปกรณ์ประคองต้นขาSLL สามารถพลิกตะแคงตัวได้สะดวกขึ้น ส่งผลให้อาการปวดหลังลดลง ผู้ป่วยรู้สึกสุขสบายมากขึ้นโดยไม่มีผลกระทบต่อแผลที่ทำหัตถการและความพึงพอใจของผู้ป่วยต่อการใช้อุปกรณ์ประคองต้นขาSLLที่ได้รับเฉลี่ย4.33(จากมาตรวัด1-5) โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยที่เคยมีประสบการณ์การรักษาแบบนี้มาก่อน เมื่อมาครั้งนี้และได้รับการใส่SLLจะยิ่งแสดงความรู้สึกพึงพอใจมากพร้อมทั้งแสดงความต้องการใส่หากต้องมารับการรักษาอีก
การนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในงานประจำ ในด้านการนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์ในงานประจำนั้น ทางทีมได้ทำการจดอนุสิทธิบัตรอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาจากกรรมการจดอนุสิทธิบัตร และมีการนำอุปกรณ์SLL มาใช้กับผู้ป่วยหลังทำการขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูน(PCI) ทุกรายที่ไม่มีข้อห้ามในการใช้อุปกรณ์ตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ และวางแผนเสนอเข้า PCI Care Team เพื่อพิจารณากำหนดไว้ในแผนการดูแลผู้ป่วย (Protocol) Post PCI ของโรงพยาบาลศิริราช นอกจากการนำอุปกรณ์SLL มาใช้ในผู้ป่วยผู้ใหญ่ดังกล่าวข้างต้นแล้ว ผู้ประดิษฐ์ได้นำไปจัดทำให้ขนาดSLL มีขนาดเท่ากับผู้ป่วยเด็ก และนำอุปกรณ์SLL Juniorนี้ ไปใช้กับผู้ป่วยเด็กที่ตึกอนันทมหิดล 7 ด้วยแล้ว นอกจากนี้ได้นำไปใช้กับผู้ป่วยภายหลังทำ TOCE หรือผู้ป่วยหลังทำAngiogramอื่น ที่ต้องนอนราบนานๆเช่นเดียวกัน ภายหลังใช้ลดอาการปวดหลังเพราะช่วยให้สามารถขยับตัวได้มากขึ้นโดยไม่มีภาวะแทรกซ้อนบริเวณ Femoral Puncture Site ได้ขยายผลงานวิจัยไปยังหอผู้ป่วยอื่นๆ ซึ่งให้การดูแลรักษาทั้งผู้ป่วยผู้ใหญ่และผู้ป่วยเด็กโรคหัวใจและหลอดเลือด ที่ได้รับการตรวจรักษาด้วยวิธีตรวจสวนหัวใจเช่นเดียวกัน การดูแลผู้ป่วยมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความพึงพอใจการบริการพยาบาลของผู้ป่วยสูงขี้น และวางแผนประชาสัมพันธ์เพื่อเผยแพร่ให้หน่วยงานอื่นๆ ทั้งภายในและภายนอกโรงพยาบาล ภายหลังการจดอนุสิทธิบัตรผ่านเรียบร้อยสมบูรณ์ นวัตกรรมSLLนี้เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ยังไม่มีผู้ใดคิดค้นจัดทำมาก่อน จากการนำปัญหาของผู้ป่วย และความต้องการของผู้ป่วยมาคิดค้น(Evidence- based practice) ได้มีการนำนวัตกรรมและผลการศึกษาวิจัยไปนำเสนอในงานประชุมวิชาการต่างๆ ล่าสุดหัวหน้าโครงการวิจัยสามารถสร้างชื่อเสียงระดับมหาวิทยาลัย ได้รับการพิจารณาคัดเลือกให้เป็นพนักงานดีเด่นสาขาสิ่งประดิษฐ์ ของมหาวิทยาลัยมหิดล ประจำปี 2551 ในส่วนที่จะสามารถนำไปเป็นประโยชน์เชิงพาณิชย์ หรือเพิ่มรายได้ของโรงพยาบาลนั้น คาดว่าภายหลังจากกระบวนการจดอนุสิทธิบัตรเสร็จสิ้นสมบูรณ์ ก็จะสามารถนำสิ่งประดิษฐ์มาจัดทำเพื่อจำหน่ายในหน่วยงานต่างๆ ทั่วประเทศ ที่มีความต้องการใช้อุปกรณ์นี้ในการดูแลรักษาผู้ป่วยได้อย่างแพร่หลายต่อไป
บทเรียนที่ได้รับ ปัจจัยแห่งความสำเร็จ และการสนับสนุนที่ได้รับจากผู้บริหารหน่วยงาน/องค์กร
นวัตกรรมที่ผ่านกระบวนการศึกษาวิจัย แม้จะต้องใช้เวลานานมากขึ้นก่อนการ นำไปใช้จริง แต่จะทำให้เกิดความเชื่อมั่นในประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ผลสำเร็จของโครงการอยู่ที่ความร่วมมือร่วมใจในการนำไปปฏิบัติจริงกับผู้ป่วย การร่วมมือของบุคลากรในหน่วยงาน การจุดประกาย ผลักดันจากหัวหน้าหอผู้ป่วย และการสนับสนุนจากโครงการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย (R2R) รวมทั้งเกิดการดำเนินการร่วมกันอย่างเป็นสหสาขาวิชาชีพในวงกว้าง การเชื่อมเครือข่ายระหว่างหน่วยงาน ช่วยให้กระบวนการคิดการพัฒนางาน มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
|